เห็ด
รายงานภาคสนาม
ยางพารา
สมุนไพร
ไวน์
ไข้หวัดนก
การเกษตรต่างประเทศ
พืชไร่-พืชสวน
บีที-ปราบหนอน
พลายแก้ว-ปราบเชื้อรา
อื่น ๆ
ไม้ผล-ไม้ยืนต้น
การประมง-สัตว์น้ำ
สัตว์เลี้ยงน่ารัก
ปศุสัตว์-สัตว์บก
สาระน่ารู้
ปุ๋ย
ปาล์ม
กฤษณา
อ้อย
พืชคลุมดิน
ปลวก
มันสำปะหลัง
พืชผัก
มะละกอ
สบู่ดำ
เพลี้ย
ไม้ดอก-ไม้ประดับ
  • ราคาพืชผักตลาดกลางสี่มุมเมือง
  • ราคากุ้งกุลาดำ - กุ้งขาว
  • คนเขียนเว็บ
    หางาน
  • การส่งเสริมการเกษตร
  • กรมประมง
  • สถาบันวิจัยและพัฒนา มก.
  • มหาลัยเกษตรศาสตร์
  • กรมปศุสัตว์
  • กรมวิชาการเกษตร
  • กรมป่าไม้
  • สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร
  • กรมชลประทาน
  • ช่อง3ช่อง5ช่อง7ช่อง9
  • เดลินิวส์
  • มติชน
  • ไทยรัฐ
  • สยามรัฐ
  • คม ชัด ลึก
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • แนวหน้า
  • บ้านเมือง
  • ผู้จัดการ
  • สยามธุรกิจ
  • เสรีรายวัน
  • บางกอกโพสต์
  • CNN
  • BBC
  • INN
  • ThaiPost
  • The Nation
  • Program By P@W
    27 กรกฎาคม 2554

    VDO_การใช้จุลินทรีย์ บีเอสพลายแก้ว ไมโตฟากัสและแร่ ม้อนโมริลโลไนท์ในการทำก้อนเชื้อเห็ดถุง http://www.facebook.com/video/video.php?v=123610934398817&comments

    สวนศรียา
    มะนาวใบเหลืองยืนต้นตาย
    เกษตรธรรมชาติประยุกต์
    ฟาร์มเห็ดคุณยายฉิม
    ยังมีอีกเยอะ
    ลำดับที่หัวข้อ
    01029เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ด เพิ่มพูนทรัพย์ โดย ธีรวัฒน์ เนียมทา [2012-01-25][จำนวนผู้ตอบ1คน]
    01028สนใจศึกษาเกี่ยวกับเตานึ่งก้อนเชื้อเห็ดประหยัดพลังงาน โดย นวพล [2012-01-25][จำนวนผู้ตอบ0คน]
    01027เตานึ่งก้อนเชื้อเห็ด เพิ่มพูนทรัพย์ โดย อนุชิต [2012-01-24][จำนวนผู้ตอบ0คน]
    01026ซื้อภูไมท์ซัลเฟต ที่ไหน โดย putta [2012-01-18][จำนวนผู้ตอบ1คน]
    01025มะนาวไม่ออกดอก โดย เอ๋ [2012-01-17][จำนวนผู้ตอบ2คน]
    ยังมีอีกเยอะ
    ป้องกันเพลี้ยจักจั่นช่อมะม่วง(อ่าน 13 ครั้ง)
    วันที่ 03 กุมภาพันธ์ 2555

         นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงนี้ เป็นฤดูกาลของการแทงช่อดอกของมะม่วง ซึ่งมีแมลงศัตรูมะม่วงมาทำลายช่อดอก ผลอ่อน หรือ ผลแก่ เช่น หนอนผีเสื้อกัดกินผล หนอนผีเสื้อเจาะผล แมลงวันทอง เพลี้ยไฟ ที่สำคัญคือ เพลี้ยจักจั่นมะม่วง เกษตรกรต้องเฝ้าระวังเพลี้ยจักจั่นเข้าทำลายช่อดอกมะม่วงเพลี้ยจักจั่นมะม่วง เป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก ตัวสีเทาแกมดำ ด้านหัวโต ส่วนลำตัวไปทางปลายปีกเรียวแหลม ไข่ 100-200 ฟอง ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและช่อดอก ขนาดตั้งแต่ 5 มิลลิเมตร 4 มิลลิเมตร และ 3.5 มิลลิเมตร การเข้าทำลาย ทั้งตัวอ่อนและตัวแก่ของเพลี้ยจักจั่น ดูดกินน้ำเลี้ยงจากช่อดอกแล้วขับถ่ายเป็นน้ำหวาน จับบนใบหรือช่อดอก มีลักษณะเหนียวเยิ้ม ซึ่งต่อมาจะเป็นโรคราดำที่ช่อดอก ในต้นที่มีเพลี้ยจักจั่นอยู่มากจะได้ยินเสียงเพลี้ยจักจั่นมะม่วงกระโดดดังกรอกแกรก ขณะเดินเข้าไปใกล้ทรงพุ่มมะม่วง การทำลายมักจะทำให้ช่อดอกร่วงและผลร่วงได้ ทำให้มะม่วงติดผลน้อย หรืออาจไม่ติดผลเลยก็ได้

    อ่านเพิ่มเติม

    เตือนเกษตรกร...อย่าเปิดกรีดยางต้นเล็ก - ดินดีสม เป็นนาสวน(อ่าน 11 ครั้ง)
    วันที่ 03 กุมภาพันธ์ 2555

         ภาวะราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงดึงให้ชาวสวนยางเร่งเปิดกรีดยางเร็วกว่ากำหนด เพื่อหวังกอบโกยรายได้และกำไรจากการผลิตยางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแหล่งปลูกยางใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ถึงแม้จะมีการแจ้งเตือนถึงผลเสียในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นตามมา เกษตรกรยังมีการเปิดกรีดยางต้นเล็กค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ขอย้ำเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า “อย่าด่วนใจร้อน”...โปรดอย่าทำลายอาชีพที่ตนเองสร้างขึ้นมากับมือ คำพังเพยที่ว่า...“ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” ยังใช้ได้ไม่เชย...ขอบอก นางพิศมัย จันทุมา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานการสำรวจการเปิดกรีดยางในเขตปลูกยางใหม่ สวนยางในโครงการยางล้านไร่ พบว่า เกษตรกรกว่า 70% เร่งเปิดกรีดยางต้นเล็กหรือต้นไม่ได้ขนาดตามมาตรฐานของสถาบันวิจัยยางที่กำหนดให้เปิดกรีดเมื่อมีขนาดเส้นรอบลำต้น 50 เซนติเมตร โดยชาวสวนยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเปิดกรีดต้นยางที่ อายุ 5 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น เฉลี่ย 34 เซนติเมตร ประมาณ 28% นอกจากนั้นยังพบการ เปิดกรีดยางที่อายุ 6 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น 38 เซนติเมตร มากกว่า 63% ของพื้นที่ปลูกยางทั้งหมด ขณะที่สวนยางในเขต ภาคเหนือ มีการเปิดกรีดที่อายุ 5 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น 34 เซนติเมตร ประมาณ 15% ทั้งยังมีการเปิดกรีดยางที่อายุ 6 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น 38 เซนติเมตร ประมาณ 31% ของพื้นที่ และยังพบว่า สวนยางปลูกใหม่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้กว่า 50 % มีการเปิดกรีดยางต้นเล็กด้วย ทั้งนี้ ราคายางพาราที่ขยับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกษตรกรเร่งเปิดกรีดก่อนกำหนด

    อ่านเพิ่มเติม

    ชี้ช่องเจาะตลาดกล้วยไม้อินเดีย(อ่าน 56 ครั้ง)
    วันที่ 06 มกราคม 2555

         แม้ว่าอินเดียจะมีกล้วยไม้เป็นของตนเองกว่า 1,000 สายพันธุ์ โดยแหล่งใหญ่จะอยู่แถบอีสานและภาคใต้ของอินเดีย แต่ส่วนใหญ่เป็นฟาร์มแบบชาวบ้าน และคนกลางจะเป็นคนคอยรวบรวมไปส่งตลาดอีกทอดหนึ่ง คุณภาพจึงไม่ค่อยคงที่ ขณะที่ความต้องการดอกกล้วยไม้ในเมืองใหญ่ เช่น มุมไบ กรุงนิวเดลี บังกาลอร์ และเจนไนเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เปิดช่องให้กล้วยไม้ไทยมีโอกาสสูงในตลาดนี้

    อ่านเพิ่มเติม

    จับตา!! การปลูกข้าวรูปแบบใหม่บรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วม - นานาสารพัน(อ่าน 83 ครั้ง)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554

         โครงการจัดระบบการปลูกข้าวรูปแบบใหม่ ที่กรมชลประทานร่วมกับกรมการข้าว และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการนำร่องในพื้นที่ชลประทาน 22 จังหวัด คือ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี โดยมีระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2556 นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการจัดระบบการปลูกข้าวรูปแบบใหม่ดังกล่าวจะให้ปลูกข้าวไม่เกินปีละ 2 ครั้ง โดยจะกำหนดทางเลือกการปลูกข้าวตามช่วงเวลาเป็น 3 รูปแบบคือ 1. ปลูกข้าวนาปี-พืชหลังนา-ข้าวนาปรัง กล่าวคือ เกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จให้เกษตรกรปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อยได้เต็มพื้นที่เช่นกัน เมื่อเก็บผลผลิตแล้วปริมาณน้ำที่เหลือนำมาใช้สำหรับปลูกข้าวนาปรัง 2. ปลูกข้าวนาปี-เว้นปลูก-ข้าวนาปรัง กล่าวคือ เกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ เก็บเกี่ยวเสร็จให้เว้นการปลูกพืชทุกชนิดจะปล่อยพื้นที่นาให้ว่างประมาณ 2 เดือน จากนั้นสามารถปลูกข้าวนาปรังได้จำนวนเหมาะสมตามปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ 3. ปลูกข้าวนาปี-พืชหลังนา-พืชไร่ กล่าวคือ เกษตรกรสามารถปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จเกษตรกรปลูกพืชหลังนาที่ใช้น้ำน้อย และพืชไร่ ตามลำดับ ได้เต็มพื้นที่เช่นกัน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะไม่ทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง แม้จะลดการทำนาเหลือเพียงปีละไม่เกิน 2 ครั้งก็ตาม แต่กลับจะทำให้เกษตรกรมีผลตอบแทนจากการปลูกข้าวมากขึ้น เนื่องจากระบบการปลูกข้าวแบบใหม่จะไม่มีการปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ไม่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ลดการปะปนของข้าววัชพืชหรือข้าวดีด ข้าวเด้งที่เกิดจากการสะสมของการทำนาแบบต่อเนื่อง รวมทั้งยังจะลดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ข้าวมีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ในสถานการณ์ปกติ เมื่อเทียบกับระบบการปลูกข้าวที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ถึงตันละ 1,037 บาท แต่ถ้ามีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลยิ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวรูปแบบเดิมสูงกว่าแบบใหม่ รวมทั้งยังจะทำให้ผลผลิตข้าวโดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นแม้พื้นที่การทำนาปรังจะลดลงก็ตาม และช่วยลดการนำเข้าสารเคมีและปุ๋ยเคมี ถึงปีละประมาณ 7,500 ตันหรือ 112.5 ล้านบาท และจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในครั้งนี้ ทำให้เห็นประโยชน์ของระบบการปลูกข้าวรูปแบบใหม่อีกข้อก็คือ ช่วยให้ข้าวไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและยังช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่ให้มีการทำนาเร็วขึ้นเท่านั้น รูปแบบการปลูกข้าวที่เหมาะสมที่สุด สำหรับพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทย และเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยรุนแรงที่สุดในครั้งนี้ ก็คือ รูปแบบที่ 2 ปลูกข้าวนาปี-เว้นการปลูก-ข้าวนาปรัง หรือถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ทำนาปรัง-นาปี-เว้นการปลูก ก็ได้เช่นกัน ซึ่งรูปแบบนี้จะช่วยให้ข้าวไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเลย และเกษตรกรก็ยังสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้งตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งกรมชลประทานได้นำมาใช้ในฤดูกาลปลูกข้าว 2554/55 แล้ว พร้อมกับเร่งการปลูกข้าวนาปรังให้เร็วขึ้นกว่าปกติ เพื่อที่จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ทันก่อนที่น้ำจะมาหากเกิดภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องปีนี้เช่นเดียวกัน

    อ่านเพิ่มเติม

    ลุ่มเจ้าพระยาวิกฤติ...น้ำมาจากไหน(อ่าน 161 ครั้ง)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554

         วิกฤติการณ์น้ำท่วมในปีนี้ ค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกปี กระจายเป็นพื้นที่กว้างแทบทุกลุ่มน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ซึ่งประกอบด้วย ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำสะแกกรัง ลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำท่าจีน โดยพื้นที่ที่ท่วมหนักที่สุดตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จุดรวมของแม่น้ำสายต่าง ๆ ลุ่มน้ำปิง มีแม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำสายหลัก ต้นกำเนิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ในเขตอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ไหลผ่าน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร และมาบรรจบกับแม่น้ำน่าน รวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำปิงนั้น ได้ก่อสร้างเขื่อนภูมิพล กั้นแม่น้ำปิง ที่ จ.ตาก จุน้ำได้กว่า 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ในลุ่มน้ำสาขาได้มีการก่อสร้าง เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล กักเก็บน้ำได้ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา กักเก็บน้ำได้ 263 ล้านลูกบาศก์เมตร ลุ่มน้ำวัง มีแม่น้ำวังเป็นแม่น้ำหลัก ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาฝีปันน้ำไหลผ่านหุบเขา จากจ.ลำปาง ลงสู่ที่ราบในจ.ตาก สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำวังนั้น ได้มีการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำวัง 2 แห่งที่จังหวัดลำปาง คือ เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา สามารถกักเก็บน้ำได้รวมกันประมาณ 292 ล้านลูกบาศก์เมตร ลุ่มน้ำยม มีแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดจากดอยขุนยวมในทิวเขาผีปันน้ำ ในเขต จ.พะเยา ไหลผ่าน จ.แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร รวมกับแม่น้ำน่าน และแม่น้ำปิงที่นครสวรรค์ ในแม่น้ำยมยังไม่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่สามารถกักเก็บน้ำได้เลย มีเพียงการก่อสร้างฝาย และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในลำน้ำสาขาเท่านั้น ลุ่มน้ำน่าน มีแม่น้ำน่านเป็นแม่น้ำสายหลัก ต้นกำเนิดอยู่ที่ดอยภูแว ในเทือกเขาหลวงพระบาง จ.น่าน ไหลผ่าน น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ก่อนจะมาบรรจุกับแม่ยม และแม่น้ำปิง ที่นครสวรรค์ สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำน่านนั้น ได้ก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ปิดกั้นแม่น้ำน่านที่ จ.อุตรดิตถ์ สามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแควน้อย บำรุงแดน กั้นแม่น้ำแควน้อย ที่ จ.พิษณุโลก สามารถกักเก็บน้ำได้ 939 ล้านลูกบาศก์เมตร ลุ่มน้ำสะแกกรัง มีแม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดอยู่ในเขตเทือกเขาโมโกจู จ.กำแพงเพชร ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ต.ท่าซุง อ.เมือง จ.อุทัยธานี สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้ก่อสร้างเขื่อนทับเสลา กั้นห้วยทับเสลา สาขาของแม่น้ำสะแกกรัง ที่ จ.อุทัยธานี มีความจุ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งมีแม่น้ำป่าสักเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดอยู่บริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขต อ.ด่านซ้าย จ.เลย และไหลผ่านเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ในลุ่มน้ำป่าสัก ได้มีการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขึ้นที่ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี สามารถกักเก็บน้ำได้ 785 ล้านลูกบาศก์เมตร ลุ่มน้ำท่าจีน มีแม่น้ำท่าจีน ซึ่งแยกออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เป็นแม่น้ำสายหลัก ไหลผ่านสุพรรณบุรี นครปฐม ออกทะเลที่ จ.สมุทรสาคร มีลำน้ำสาขาที่สำคัญคือ แม่น้ำกระเสียว ซึ่งได้มีการก่อสร้างเขื่อนกระเสียว ปิดกั้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เป็นเขื่อนขนาดใหญ่กักเก็บน้ำได้ 240 ล้านลูกบาศก์เมตร

    อ่านเพิ่มเติม

    บราคอนผู้พิชิต ศัตรูมะพร้าว (อ่าน 224 ครั้ง)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554

         จากสถานการณ์พบหนอนหัวดำสร้างความเสียหายให้กับแหล่งปลูกมะพร้าวของไทยกระจายในหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช ปัตตานี สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ชลบุรีและจังหวัดระยอง ซึ่งนอกจากหนอนหัวดำจะระบาดทำลายมะพร้าวและต้นตาลแล้ว ยังมีพืชอาหารอีกหลายชนิด ได้แก่ หมาก กล้วย และปาล์มประดับด้วย นายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ได้เข้าไปดำเนินการทำลายแมลงดำหนาม และแมลงหนอนหัวดำในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง โดยใช้ทั้งกลวิธี โดยการตัดใบส่วนที่พบการระบาดของศัตรูพืชแล้ว และการใช้ชีววิธี โดยใช้แตนเบียนเข้าทำลาย “วิธีการป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว เบื้องต้นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวต้องหมั่นสังเกตต้นมะพร้าวในแปลงปลูกของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากตรวจพบหนอนหัวดำต้องตัดเก็บและเผาใบที่ถูกทำลายทิ้ง และทำลายโดยชีววิธี ซึ่งมีศัตรูธรรมชาติหลายชนิด เช่น แตนเบียนไข่ แตนเบียนหนอน และแตนเบียนดักแด้ รวมทั้งเชื้อราด้วย ที่จะกัดกินหนอนหัวดำมะพร้าว” นายอนันต์กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม

    เพาะเห็ดเศรษฐกิจสร้างอาชีพ (อ่าน 654 ครั้ง)
    วันที่ 27 กันยายน 2554

         สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมการ เกษตรแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิชาการแก่สังคม ได้จัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและชุมชน ทั้งระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงการจัดฝึกอบรมอาชีพตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและชุมชนระดับท้องถิ่น ภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยชมรมการเพาะเห็ดเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจของสำนักฯ คุณเพิ่ม สุรักษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ วิทยาเขตกำแพงแสน และประธานชมรมผู้เพาะเห็ดเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดเผยว่า ทุกวันนี้อาชีพการเพาะเห็ดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ ซึ่งเห็ดในประเทศไทยมีหลายชนิด ทั้งเห็ดป่า และเห็ดที่เพาะจากฟาร์ม เช่น เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฏาน เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดฮังการี เห็ดขอนดำ เห็ดขอนขาว เห็ดหูหนู เห็ดหลินจือ เห็ดฟาง ซึ่งการเพาะเห็ดมีขั้นตอนไม่ ยุ่งยาก

    อ่านเพิ่มเติม

    ใช้น้ำหมักจากสารเร่งเลี้ยงไก่เนื้อทำน้ำหนักเพิ่ม (อ่าน 356 ครั้ง)
    วันที่ 13 กันยายน 2554

         เคยเห็นแต่เกษตรกรนำผลิตภัณฑ์สารเร่งซุปเปอร์ พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน ไปใช้เพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีโดยลดการพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร แต่มาวันนี้มีเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่ได้ริเริ่มนำสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ที่ใช้ผลิตน้ำหมักชีวภาพได้นำมาใช้กับไก่เนื้อ ภูมิปัญญาซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจด้วยอัตราแลกเนื้อที่เพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์รอดตายมีสูง นายเจริญ วัตตา เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อด้วยน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 และในฐานะหมอดินอาสาประจำตำบลสระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เล่าว่า จากการสมัครเข้าเป็นหมอดินอาสากับทางสถานีพัฒนาที่ดินนครศรีธรรมราช ก็ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ สารเร่ง พด. ต่าง ๆ ในการผลิตสารปรับปรุงบำรุงดิน โดยเฉพาะสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ที่นำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งตนก็ได้นำมาใช้กับพืชผัก สวนปาล์มน้ำมัน ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจคือช่วยลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร อีกทั้งยังช่วยให้พืชผลเจริญเติบโตดีขึ้น มีความทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช เมื่อเห็นว่าสามารถใช้กับพืชได้ผล ก็ได้คิดค้นภูมิปัญญาของตนเองลองมาใช้กับปลาด้วยการนำไปผสมกับอาหารปลา ปรากฏว่าปลาไม่ตาย แถมยังโตและมีน้ำหนักดีขึ้น รวมทั้งน้ำไม่เน่าเสีย จากนั้นจึงทดลองนำมาเลี้ยงไก่ โดยเริ่มจากคัดไก่มาจำนวน 10-15 ตัว แยกเลี้ยงด้วยน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ผสมกับน้ำ ในอัตรา 5 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร ให้ไก่กิน และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ขึ้น จนถึง 20 ซีซี ทดลองอยู่ประมาณ 3 รุ่น ปรากฏว่าไก่ที่กินน้ำผสมน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 มีอาการเหงาหงอยลดลง อัตราการรอดสูงขึ้น

    อ่านเพิ่มเติม

    ::สินค้าแนะนำ::
    ชื่อ:บาซิลลัส
    ราคา :160 บาท
    ขนาด :250 กรัม

    จุลินทรีย์ปฏิัปักษ์กลุ่มแบคทีเรียบาซิลลัส ซับติลิส ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราที่สำัคัญในประเทศไทย เช่น โรคกรากเน่า โคนเน่า โรคผลเน่า (แอนแทรกโนส) ฯลฯ

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:เมธาไรเซียม
    ราคา :300 บาท
    ขนาด :500 กรัม

    จุลินทรีย์กำจัดปลวก ( MITE GA FUN) เป็นผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ธรรมชาติ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มเชื้อรา Metarrhizium-hpp ที่มีความสามารถในการจำกัดปลวก โดยเก็บรักษาให้อยู่ในรูปของสปอร์ เมื่อสปอร์ตกอยู่ที่ผิวของตัวปลวก แล้วจะสร้างหลอด (germ tube) ออกมาแทงทะลุผิวหนังของแมลงเข้าไปภายใน เชื้อรา Metarrhizium-hpp จะสร้างกลุ่มเส้นใย ( mycelium ) เข้าไปตามทางอาหารและขยายจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเส้นใยแตกและหักออกเป็นท่อนสั้น ๆ เข้าไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ในตัวแมลง ทำให้แมลงป่วยร่างกายอ่อนแอ แล้วตายในที่สุด

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:ทริปโตฟาจ
    ราคา :150 บาท
    ขนาด :500 กรัม

    หัวเชื้อจุลินทรีย์ทริปโตฝาจ ประกอบไปด้วยเชื้อรา บิววาเรีย บาสเซียน่า และ เมธาไรเซียม แอนิโซเฟีย เป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย ที่นำมาใช้ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช อาทิ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาว เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจั๊กจั่น หนอนกอ ห่อใบ แมลงสิง แมลงหล่า ด้วงหมัดผักทั้งช่วงวัยอ่อนและวัยแก่ ขั้นตอนการเข้าทำลายของหัวเชื้อจุลินทรีย์ทริปโตฝาจนั้น จะแทรกเข้าไปตามเนื้อเยื่ออ่อน ๆ หรือตามของเหลวในตัวเพลี้ยหรือหนอนต่างๆ และเจริญเติบโตเป็นเส้นไยออกมาข้างนอก เมื่อพร้อมที่จะแพร่สปอร์ สปอร์จะมีสีขาวขุ่น เมื่อแมลงสัมผัสเชื้อประมาณ 3 วัน แมลงจะเริ่มป่วยและหยุดทำลายพืชและจะตายภายในระยะเวลา 5-14 วัน

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:ไตรโคเดอร์ม่า
    ราคา :100 บาท
    ขนาด :1 กิโลกรัม

    เป็นผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ในกลุ่มเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ที่ได้รับคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน กำจัดโรคพืช ที่เกิดจากเชื้อราที่สำคัญในประเทศไทย เช่น โรครากเน่า โคนเน่า และกลุ่มเชื้อราที่เกิดจากฟัยท็อพธอร่า (Phytopthora) โรคก้านเน่ายุบตาย ในพืชตระกูลแตงที่เกิดจากเชื้อ พิชเซียม (Pytium spp) ฟิวซาเรียม(Fusarium spp.) เป็นผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในกลุ่มเชื้อราไตรโคเดอม่า (Trichoderma) ที่ได้คัดเลือกแล้วจากธรรมชาติว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันและกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราที่สำคัญในประเทศไทย เช่น โรครากเน่า , โคนเน่า , โรคผลเนาของทุเรียน พริกไทย พืชตระกูลส้ม , มะนาว , มะละกอ , สับปะรด และยางพารา ที่เกิดจากเชื้อรา ฟัยท้อพธอร่า ( Phytophthora) โรคกล้าเน่ายุบตายในพืชตระกูลแตง , มะเขือเทศ , มะละกอ , ถั่ว , พริก , ผักชนิดต่างๆ และไม้ดอกไม้ประดับ ที่เกิดจากเชื้อราพิธเทียม (Pythium spp) ไรซอกโทเนีย (Rhizogtonia spp) และสเคอร์ไรเทียม (Stentium spp)

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:บาซิลลัส ไมโตฟากัส
    ราคา :200 บาท
    ขนาด :250 กรัม

    บาซิลลัส ไมโตฟากัส (Bacillus mitophagus) เป็นผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในกลุ่มแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับติลิส ที่ได้รับคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด โดยเฉพาะไรไข่ปลา ซึ่งเป็นปัญหาในธุรกิจการเพาะเห็ดเพื่อการค้าปัจจุบัน

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด (Liceniformis Spp Tulf.)
    ราคา :100 บาท
    ขนาด :700 กรัม/ซอง

    ช่วยกระตุ้นให้เห็ดออกดอกได้ดีขึ้น หมดปัญหาเห็ดไม่ออกดอก บำรุงให้ดอกเห็ดใหญ่ สมบูรณ์ รสชาติดี

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:บาซิลลัส
    ราคา :160 บาท
    ขนาด :250

    จุลินทรีย์ปฏิัปักษ์กลุ่มแบคทีเรียบาซิลลัส ซับติลิส ที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันกำจัดโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราที่สำัคัญในประเทศไทย เช่น โรคกรากเน่า โคนเน่า โรคผลเน่า (แอนแทรกโนส) ฯลฯ

    อ่านรายละเอียด

    ชื่อ:บาซิลลัส ซับติลิส สุริย่าโน่
    ราคา :0 บาท
    ขนาด :--

    --

    อ่านรายละเอียด