การใช้จุลินทรีย์แก้ปัญหาโรครากขาวในยางพารา
วันที่ : 02 ธันวาคม 2551
หมวด สาระน่ารู้" กลุ่ม การใช้จุลินทรีย์กับการเกษตร

      ในเอกสารความรู้เกี่ยวกับการทำสวนยางไม่ว่าจะเป็นของกรวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร หรือ สนง. กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางก็ตาม จะกล่าวถึงโรครากขาว (และโรครากแดง โรครากน้ำตาล) ว่าเป็นโรคร้ายแรงโรคหนึ่ง ที่จริงในด้านป่าไม้ เห็ดเหล่านี้ก็เป็นเชื้อโรคสำคัญของป่าไม้ หรือสวนป่า เห็ดที่ทำให้เกิดโรครากขาวชื่อ ริจิโดพอรัส ลิกโนซัส เห็ดที่ทำให้เกิดโรครากแดง คือ เห็ดหลินจือชนิดหนึ่ง ชื่อ กาโนเดร์ม่า พชูโดเฟอร์เรี่ยม และเห็ดที่ทำให้เกิดโรครากน้ำตาลคือ เห็ดกระถินพิมาน ชื่อ เฟลลินัส น็อกเชียส เห็ดเหล่านี้เป็นปรสิตตามโอกาส คือ สามารถกินเศษไม้ตกหล่นในดินแต่ถ้าสัมผัสพืชเป็น ๆ ก็สามารถกินพืชเป็น ๆ กินจนพืชตาย แล้วก็ยังกินต้นไม้ที่ตายแล้วต่อไปได้อีก ดังนั้นเมื่อจะปลูกยางใหม่ ก็ต้องเก็บเศษไม้รากไม้ของเก่าออกให้หมดเสียก่อน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการปลูกพืชแซมที่เศษพืชเพาะขยายเชื้อเห็ดเหล่านี้ได้ เช่น พริก มะเขือ มัน น้อยหน่า ลองกอง สะตอ จำปาดะ สะเดาเทียม ทัง ทุเรียน เป็นต้น

      หากยางพาราต้นโตจนรากแผ่ไปชน หรือสัมผัสรากของอีกต้น และต้นหนึ่งเป็นโรครากขาว เชื้อเห็ดสามารถลามไปที่รากของอีกต้นหนึ่งได้จึงให้ขุดคูล้อมรอบต้นยางที่เป็นโรคเพื่อมิให้รากไปสัมผัสกัน ในวงการเพาะเห็ดพบว่ามีเชื้อราที่กินเห็ดจนตาย โดยสร้างใยราขนาดเล็กเกาะดูดใยเห็ดเหมือนรากกาฝากและที่พันรอบใยเห็ดก็มี คือ ราเขียวมะกอก หรือ คีโตเมียม และราเขียว ไตรโคเดอร์ม่า ถ้าใส่เชื้อรารองก้นหลุม เคล้ากับดินก้นหลุมก่อนปลูก ถ้าต้นเริ่มมีอาการโทรมเหลืองน่าสงสัยขุดดินโคนต้นลงไปถึงโคนราก ใส่เชื้อรากินเห็ดลงไป ถึงรากที่มีใยเห็ด ราจะกินใยเห็ดไปจนทั่วถึง ลดปัญหาได้ดีกว่าใช้สารเคมีที่ทำลายเห็ดเฉพาะที่ถ้าพบเห็ดขึ้นบนตอยงเก่าก็ควรใส่เชื้อ คีโตเมี่ยม เช่นกัน เพื่อลดการแพร่เชื้อ

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร