เพียน สระศรี อยู่พอเพียงด้วยสวนผสม
วันที่ : 22 มกราคม 2553
หมวด สาระน่ารู้" กลุ่ม สาระน่ารู้ต่าง ๆ

     อาชีพสวนยางพาราเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้แก่ ลุงเพียน สระศรี เกษตรกรวัย 70 ปี แห่งเมืองพัทลุงมาแต่เริ่มต้น แต่วันนี้อาชีพดังกล่าวกลับไม่เอื้อต่อวัย ยิ่งหน้าฝนกรีดยางไม่ได้เต็มที่ทำให้ขาดรายได้ ลุงจึงมองหาอาชีพเสริม ต่อเมื่อได้ปลูกพืชผสมผสานหลายชนิด ปัจจุบันเก็บผลผลิตขายสร้างรายได้อย่างมั่นคง ลุงเพียน เล่าว่าตนพร้อมภรรยา นางเรียม สระศรี วัย 64 ปี ย้ายจาก อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มาทำสวนที่บ้านโหล๊ะหาร ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เมื่อ 45 ปีก่อน เริ่มจากปลูกข้าวไร่ ทำสวนยางพารา แต่สภาพฝนตกชุกของภาคใต้บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องมองหาอาชีพอื่น จนปี 2545 ได้เรียนรู้เรื่องการปลูกพืชผสมผสานที่ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จึงแบ่งสวนยาง 6 ไร่ จากทั้งหมด 12 ไร่ ปลูกมังคุด 150 ต้น ระหว่างต้นมังคุดปลูกไผ่ตงศรีปราจีน 60 ต้น

     ตอนแบ่งสวนยางมาปลูกพืชผสมผสานนั้น ราคายางอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท หลังจากนั้นราคาก็ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท เพื่อนบ้านต่างดูถูก แม้แต่ภรรยาก็ไม่ยอมเข้าสวนช่วย เพราะเสียดาย แต่เมื่อไผ่เริ่มมีหน่อ เก็บขายได้ มังคุดเริ่มให้ผลผลิต รายได้ที่ได้รับนั้นก็ไม่น้อยไปกว่าทำสวนยางเลย” ลุงเพียนบอกว่า ปัจจุบันพื้นที่ 6 ไร่ ที่ปลูกปลูกมังคุด 150 ต้น ไผ่ตง 60 ต้นแล้ว ยังมีสละเนินวง สละอินโด 130 กอ พืชระยะสั้น เช่น กล้วย 300 กอ พริกไทย 30 ต้น ผักกูด ชะอม ฯลฯ ผักกินใบ เช่น ผักกาดเขียวกวางตุ้ง หอม ผักบุ้ง หมุนเวียนกันไป อีกทั้งยังเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้กินเอง ไว้ขาย เพื่อลดรายจ่าย ส่วนที่เหลืออีก 6 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่บริเวณบ้าน 2 ไร่ และอีก 4 ไร่นั้นเป็นสวนยางพารา มีรายได้เข้าบ้านทุกวัน รายได้หลักมาจากหน่อไม้ เฉลี่ยไผ่ 1 กอ ตัดหน่อขายได้ 3,500 บาทต่อปี หรือปีละ 1 แสนบาท รองลงมาคือสละปีละ 5-6 หมื่นบาท ยังมีมังคุด ลองกอง สะตอ เก็บขายตามฤดูกาล อ้อย กล้วย เก็บขายรายสัปดาห์ ส่วนผักกูด ชะอม ชะมวง ฯลฯ เก็บขายทุกวัน" ลุงเพียนฝากทิ้งท้ายว่า คนขยันและไม่ท้อที่จะเรียนรู้อย่างจริงจัง ผลที่ได้รับก็สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัวได้เสมอ

ที่มา : กัลยา ขำนุรักษ์