การทำเชื้อเห็ดฟาง
วันที่ : 29 มกราคม 2553
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ดฟาง

     การเตรียมเชื้อฟางจากดอกเห็ดฟางสด สูตรที่ 1 ต้นกล้วยสดหั่นตากแห้ง วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1.ต้นกล้วยสดหั่นตากแห้ง 1 กก. 2.ถุงพลาสติกชนิดใส ขนาด 6*9 นิ้ว 10 ใบ 3.มีดคัทเตอร์ 1 ด้าม 4.แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ 70% 1 ขวด 5.แก้วเปล่า 1 ใบ 6.เข็มเย็บกระดาษ 1 อัน 7.ดอกเห็ดฟางสด (ดอกตูม) 1 ดอก 8.กระดาษที่สะอาด 1 แผ่น 9.สำลีเล็กน้อย 10.น้ำสะอาดเล็กน้อย วิธีการทำ 1.นำต้นกล้วยสด และควรเป็นต้นกล้วยตัดใหม่ ๆ มาหั่นเป็นแว่น ๆ หนาประมาณ frac12;-1 เซนติเมตร ถ้าเป็นต้นกล้วยที่มีเครือแล้วให้เก็บส่วนของก้านเครือทิ้งให้หมด แล้วใช้มีดสับต้นกล้วยที่กั่นแล้วให้ละเอียดเล็กน้อยประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร นำไปตากแดด โดยมีแผ่นพลาสติกหรือวัสดุรองพื้นที่สะอาดเกลี่ยให้บาง ๆ ประมาณ 4-5 วัน ควรกลับกองกล้วยทุกวันจนต้นกล้วยแห้งสนิท จึงนำไปทำเชื้อเห็ดฟาง หรือใส่ถุงพลาสติกเก็บรักษาไว้ใช้ต่อไป 2.นำต้นกล้วยที่แห้งแล้วดังกล่าวข้างต้น วางบนพื้นซีเมนต์หรือบนแผ่นพลาสติก พรมด้วยน้ำสะอาด ผสมคลุกเคล้าจนทั่ว แล้วทำการตรวจสอบให้มีความชื้นหมาด ๆ โดยการใช้มือกำต้นกล้วยแล้วบีบให้แน่น เมื่อคลายมืออกต้นกล้วยจะเป็นต้นเล็กต้นน้อย หรือรู้สึกชื้นมือ ถ้าบีบแล้วน้ำหยดหรือซึมออกตามง่ามมือแสดงว่าความชื้นมากเกินไปต้องผึ่งลมทิ้งไว้ให้ความชื้นระเหยไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ความชื้นมากเกินไปเส้นใยเห็ดฟางจะไม่เจริญ) 3.บรรจุต้นกล้วยลงในถุงประมาณ frac12; ถุง 200 กรัม (ต้นกล้วยแห้ง 1 กิโลกรัม บรรจุได้ประมาณ 15- 20 ถุง) นำไปตั้งเรียงไว้เป็นแถว ๆ

     .นำดอกเห็ดฟางสดมาทำความสะอาด โดยใช้มีดคัทเตอร์ตัดแต่งบริเวณโคนดอกเห็ดฟางที่สกปรกหรือมีวัสดุเพาะติดโคนดอกมาออกให้หมด ควรทำอย่างระมัดระวัง อย่าให้ดอกเห็ดฟางกระทบกระเทือนหรือชอกช้ำมาก 5.เทแอลกอฮอล์ลงในแก้วประมาณ frac12; แก้ว แล้วนำดอกเห็ดฟางที่ตัดแต่งแล้วจุ่มลงไปจนมิดดอกเห็ดฟาง แล้วนำออกมาวางในกระดาษที่สะอาด ปล่อยให้แอลกอฮอล์ระเหยออกจากดอกเห็ดฟางจนแห้ง (ห้ามนำดอกเห็ดฟางแช่ลงในแก้วแอลกอฮอล์แล้วแช่ทิ้งไว้) 6.นำสำลีจุ่มแอลกอฮอล์ แล้วนำไปเช็ดถูทำความสะอาดใบมีดคัทเตอร์ ใช้มีดตัดส่วนของดอกเห็ดฟางส่วนใดก็ได้อย่างระมัดระวังขนาดประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร หนาประมาณ 1 มิลลิเมตร ใส่ลงไปในถุงที่บรรจุต้นกล้วยเตรียมไว้ ถุงละ 1 ชิ้นทุกถุง เห็ดฟาง 1 ดอกใช้ได้ประมาณ 10 ถุง 7.จับปากถุงแล้วเขย่าให้เนื้อเยื่อดอกเห็ดฟางอยู่ในบริเวณกึ่งกลางถุงพอดีแล้วแนบปากถุงพับลงมา 2 – 3 ครั้ง เย็บปากถุงด้วยเข็มเย็บกระดาษ 2-3 ครั้ง เป็นอันว่าเสร็จ 1 ถุง ให้ทำถุงต่อไปจนเสร็จสิ้นทั้งหมด 8.นำถุงเชื้อเห็ดฟางบรรจุลงในตะกร้าหรือลังไม้ เรียงเป็นแถว ทับซ้อนกันได้ไม่เกิน 2 ชั้น แล้วนำไปบ่มเชื้อในอุณหภูมิห้องปกติ (30 องศาเซนเซียส) ประมาณ 10-15 วัน เส้นใยเห็ดฟางจะเจริญจนเต็มถุง จึงนำไปเพาะหรือนำไปต่อเชื้อเพื่อขยายให้มีปริมาณมากขึ้นต่อ ข้อดีของการใช้ต้นกล้วยทำเชื้อเห็ดฟาง 1.เป็นวัสดุที่จัดหาได้ง่าย มีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่น 2.ต้นทุนต่ำและทำได้ง่าย 3.ปลอดจากเชื้อจุลินทรีย์ 4.สามารถคัดเลือกสายพันธุ์เห็ดฟางได้เองตามต้องการ 5.เส้นใยเห็ดฟางแข็งแรงสมบูรณ์ และให้ผลผลิต การเตรียมเชื้อเห็ดฟางจากก้านผักตบชวาสด วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1.ก้านผักตบชวาสดหั่น 1 กิโลกรัม 2.ถุงพลาสติกชนิดใส ขนาด 6*9 นิ้ว 10 ใบ 3.มีดคัทเตอร์ 1 ด้าม 4.แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ 70% 1 ขวด 5.แก้วเปล่า 1 ใบ 6.เข็มเย็บกระดาษ 1 อัน 7.ดอกเห็ดฟางสด (ดอกตูม) 1 ดอก 8.กระดาษที่สะอาด 1 แผ่น 9.สำลีเล็กน้อย 10.น้ำสะอาดเล็กน้อย 11.ตะแกรง หรือภาชนะสำหรับใส่ตากแดด 1 วิธีทำ 1.นำก้านผักตบชวาสดที่สะอาด ไม่มีโรคเชื้อรา และควรอยู่ในน้ำไหลหรือน้ำสะอาด ตัดใบทิ้งให้หมด แล้วนำไปหั่นด้วยมีดคม ๆ ขนาดประมาณ frac12;-1 เซนติเมตร (ไม่ควรหั่นให้ชิ้นใหญ่เกินไป) และควรหั่นให้มีลักษณะเฉียงคล้ายรูปปากฉลามเล็กน้อย 2.นำก้านผักตบชวาที่หั่นแล้วใส่ตะแกรง เกลี่ยบาง ๆ แล้วนำไปตากแดด 1-2 ชั่วโมง เพื่อลดปริมาณความชื้นลงเล็กน้อย ในขณะที่ตากแดดควรกลับก้านผักตบชวา 2 -3 ครั้ง ซึ่งลักษณะของก้านผักตบชวาจะค่อนข้างอ่อนนุ่มลง 3.ตรวจสอบความชื้นให้มีปริมาณดังกล่าวข้างต้น แล้วบรรจุก้านผักตบชวาลงในถุงประมาณ frac12; ถุงแล้วให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับสูตรที่ 1 ข้อที่ 3-8 อย่างระมัดระวัง หมายเหตุ 1.เลือกผักตบชวาที่สะอาดหรืออยู่ในน้ำที่สะอาดไม่มีโรคหรือแมลงระบาด เช่นโรคใบไหม้ โรคเน่า และโรคราเม็ดผักกาด เป็นต้น 2.ควรเลือกต้นผักตบชวาที่กำลังเจริญเติบโต มีขนาดและอายุที่ใกล้เคียงกัน เส้นใยเห็ดฟางจะเจริญเติบโตได้ดีมาก 3.ไม่ควรใช้ผักตบชวาที่สดเกินไป เนื่องจากจะทำให้มีอาการเน่าหรือเส้นใยเห็ดฟางเจริญไม่ถึงก้นถุงเนื่องจากมีความชื้นมากเกินไป ข้อดีของการทำเชื้อเห็ดฟางจากผักตบชวาสด 1.จักหาวัสดุได้ง่าย มีอยู่ทั่วไปและสามารถทำได้ตลอดปี 2.ต้นทุนการทำต่ำมากเกษตรกรสามารถทำได้ทุกคน 3.สามารถคัดเลือกสายพันธุ์เห็ดฟางได้เองตามความต้องการ 4.เมื่อนำไปเพาะแล้วให้ผลผลิต

ที่มา : http://forum.nmk-city.net/redirect.php?tid=550&goto=lastpost